บริษัท เกษมชัยฟู้ด จำกัด (KCF) เปิดเผยแผนพร้อมขยายกำลังการผลิตไข่ไก่ปลอดกรง (cage-free) จากวันละ 100,000 ฟอง เป็น 300,000 ฟอง หรือคิดเป็นราว 100 ล้านฟองต่อปี เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการอาหารสำหรับองค์กรในประเทศไทย รวมถึงตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทก่อตั้งในปี 2519 เริ่มต้นจากฟาร์มไข่เป็ดขนาดเล็กในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ก่อนพัฒนาสู่ธุรกิจฟาร์มแบบครบวงจร ปัจจุบัน KCF มีประสบการณ์เกือบ 50 ปีด้านการผลิตปศุสัตว์และอาหารอย่างยั่งยืน โดยดูแลแม่ไก่ไข่จำนวน 120,000 ตัว และผลิตไข่ไก่ปลอดกรงภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
บริษัท เกษมชัยฟู้ด จำกัด (KCF) มีความพร้อมในการขยายการผลิตไข่ไก่ปลอดกรงได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้โรงเรือนที่มีอยู่ 8 โรงเรือน และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเต็มศักยภาพได้กลางปี 2569 ภายหลังมีการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้า

นายพรชัย อินทระ ผู้บริหารตัวแทน KCF กล่าวว่า บริษัทมุ่งเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตไข่ไก่ปลอดกรง เพื่อสะท้อนความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพสัตว์ และตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป “ตลาดกำลังเคลื่อนไปสู่มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน และด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม เราสามารถขยายการผลิตไข่ไก่ปลอดกรงเป็น 300,000 ฟองต่อวันได้กลางปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
ปัจจุบัน KCF จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ปลอดกรง 2 รายการ ผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง (HoReCa) โดยกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน ได้แก่ Sodexo Services (Thailand) สำหรับกลุ่มโรงพยาบาล, BNN Restaurant Group (สุกี้ตี๋น้อย), TCC Hotel Asset Management, Spry Asia Group โรงแรมในเครือ Shangri-La และอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ทั้งนี้ การดำเนินงานไข่ไก่ปลอดกรงของ KCF ให้ความสำคัญกับหลักสวัสดิภาพสัตว์ตลอดกระบวนการผลิต ควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) และความปลอดภัยด้านอาหาร ขณะที่โมเดลฟาร์มครบวงจรของบริษัทยังเน้นประสิทธิภาพและการสนับสนุนเกษตรกร ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า เต้าหู้ไข่ และผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูป
ด้าน ภูฬิฏา ศยาวานน ผู้จัดการโครงการด้านความยั่งยืนจาก Lever Foundation องค์กรไม่แสวงหากำไรระดับนานาชาติซึ่งสนับสนุน KCF ในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปลอดกรง กล่าวว่า การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้สะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดที่กำลังเติบโตเพื่อรองรับการผลิตไข่ไก่ปลอดกรงในประเทศไทย “เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่ขยายการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการจากแบรนด์โรงแรมและบริการอาหารชั้นนำ แสดงให้เห็นว่ามาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นมีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และกำลังกลายเป็นความคาดหวังหลักของผู้ซื้อในระดับองค์กร”

การขยายตัวดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้มในอุตสาหกรรมการบริการของประเทศไทย โดยรายงาน Thailand Hospitality Industry Cage-Free Egg Scorecard ปี 2025 ของ Lever Foundation ระบุว่า 61% ของกลุ่มโรงแรมรายใหญ่มีนโยบายใช้ไข่ไก่ปลอดกรงแล้ว และหลายรายได้เปลี่ยนผ่านเสร็จสมบูรณ์ สะท้อนให้เห็นว่า การผลิตไข่ไก่ปลอดกรงกำลังก้าวจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่มาตรฐานหลักที่ผู้ซื้อระดับองค์กรคาดหวัง
ขณะเดียวกัน ระบบการเลี้ยงแบบปลอดกรงเปิดโอกาสให้แม่ไก่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น การทำรัง การเกาะคอน การอาบฝุ่น และการบินภายในโรงเรือน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ถูกจำกัดอย่างสิ้นเชิงในระบบกรงตับแบบดั้งเดิม โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากระบุว่า ไก่ที่เลี้ยงนอกกรงอาจให้ไข่ที่มีความปลอดภัยทางอาหารดีขึ้น มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น และมีคุณภาพโดยรวมที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกที่จะลดหรือเลิกบริโภคไข่และเนื้อไก่ด้วย

เกี่ยวกับ Lever Foundation
Lever Foundation เป็นองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ระดับโลก หรือ Non-Governmental Organization (NGO) ที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทั่วเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในการปรับปรุงกระบวนการจัดหาโปรตีนเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความเป็นมนุษยธรรม ปลอดภัย และยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมเน้นการพัฒนาการจัดหาโปรตีนจากสัตว์ที่ได้รับการดูแลอย่างดีและโปรตีนทางเลือกที่ผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานสากล




